TANGMO's profile:~ S p a C e s of ...PhotosBlogListsMore Tools Help

:~ S p a C e s of L i f e ~ : TaNgMoOo ,,, pizzc|-|an3e **

โมอยากให้คุณเข้ามาชมและเม้นสเปซของโม เม้นกันรึยัง เม้นได้แล้วน๊า ฮ่าๆ
 
 

 

 

Free counters

08 May

เรือนไม้สีเบจ

ห่างหายไปพอสมควร

นี่ก็ใกล้จะฝึกงานเสร็จแล้ว

 

ขอคั่นด้วยการพิมพ์อะไรที่ประทับใจบ้างดีกว่า

 

เคยมีหนังสือ  ละคร  คำพูด  ประโยคที่ประทับใจกันบ้างรึเปล่าคะ?

 

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว  เราได้ดูละครเรือนไม้สีเบจ 

พี่อาร์ม กับ น้องมุก  ที่นำแสดงโดยแอนดริว และ เชอรี่

ภาพในตอนนั้น จำได้ว่าประทับใจหลายๆอย่าง

ทั้งประโยคเด็ด  นักแสดง (ชอบเชอรี่เป็นทุนเดิม)  ทุกอย่างมันดูลงตัวจัง

 

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา  เราอ่านนวนิยายเรือนไม้สีเบจ

เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ ในความคิดของเรา  (แต่ก็ยังไม่ซื้อมาเก็บซักที)

มันมีครบทุกรสชาติ  ไม่ใช่นิยายเพ้อฝัน

มันนำข้อคิด  หรือสิ่งดีๆจากเรื่องมาใช้ได้จริงๆ

ตอนอ่านในรูปแบบนวนิยาย   ภาพของละครเลือนลางไปมากเหมือนกัน

ต้องมานึกถึงตอนที่เป็นละคร  เพื่อง่ายแก่การจินตนาการ

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ดูละครเรื่องนี้อีกครั้ง จาก youtube.com

ก็รู้สึกว่ามันทำให้ภาพที่เราจินตนาการจากนิยายชัดเจนขึ้น

มีหลายประโยค  ที่มันใช่ !! มันโดน !!  และคงตรงกับใครหลายๆคน

เราก็เลยอยากเก็บความประทับใจ ไว้ในที่แห่งนี้

และเราอยากแบ่งปันความประทับใจให้กับทุกท่านที่เข้ามาเยือน

 

 

 

พี่อาร์ม

 

 

 

น้องมุก

 

 

 

สำหรับผม...บ้านเก่าๆหลังนี้  มันก็เหมือนกับที่ๆผมใช้บังแดด  บังฝน  ใช้นอนเล่น  ใช้หายใจ

ใช้ทำทุกอย่าง  ผมตามสบายได้เลยตั้งแต่เกิด  และผมก็ไม่มีทางรู้สึกอย่างนี้ได้

ถ้าผมต้องไปอาศัยคนอื่นอยู่  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นปราสาทหลังใหญ่ก็เถอะ

 

 

บริเวณบ้านก็เหมือนกับเงาในกระจกของคืนวันเก่าๆ

 

 

ความรักมันก็เหมือนเชื้อหวัด  ถ้าได้รับเชื้อแล้วก็ต้องเป็น  แล้วค่อยไปรักษาให้หายทีหลัง

แต่ถ้าจะให้ไม่เป็นเลย...ไม่มีทาง

 

 

รักแท้มักจะเกิดขึ้นกับคนเราได้แค่ครั้งเดียว  และมันก็จะอยู่กับเราตลอดไปจนวันตาย

 

 

รักแรกพบ  สำหรับผมมันไม่มีความหมายอะไรเลย  ถ้าคนสองคนไม่ได้เข้าใจกันจริง

 

 

ผู้หญิงทุกคนก็คงคิดเหมือนกับมุก  อยากได้ยินคำว่ารัก  จากปากผู้ชายที่เรารัก...

 

 

ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิง  ชอบให้พูดคำว่ารัก  ก็แค่คำพูด  โกหกไปก็ไม่รู้หรอก 

จริงๆน่าจะดูที่การกระทำของเรามากกว่า

 

 

ต่อให้อายุยืนเป็นร้อยปี  ชีวิตก็คงไม่มีความหมายอะไร

ถ้าหากเราไม่ได้อยู่ใกล้ๆคนที่เรารัก

 

 

สวรรค์ส่งเรามาเกิดแค่ครึ่งเดียว 

ปล่อยอีกครึ่งหนึ่งของตัวเราไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

เราต้องเสาะหาติดตามให้พบ

เพราะเหตุนี้มนุษย์กอดตัวเองไม่เพียงพอ

เราต้องกอดใครสักคนและให้เขากอดตอบ

อ้อมแขนจึงจะสมบูรณ์

 

 

ชีวิตคนเรานั้นมีสองด้าน  เราจะมองให้มันเป็นขาวก็ได้  ดำก็ได้ 

ถ้าเรามองให้มันเป็นสีดำ  ทุกอย่างมันก็จะดูขมขื่น

แต่ถ้าเรามองให้มันเป็นสีขาว  มันก็จะสะอาดขึ้นมากนะคะ

 

 

ชีวิตคนเราไม่ได้มีเส้นขีดรอบตัว  ให้อยู่ได้เฉพาะคนที่ทำให้เรามีความสุข

พวกคนที่ชอบเข้ามาก่อความวุ่นวาย  ก็ชอบเข้ามาโดยที่เราไม่ได้เชื้อเชิญ

 

 

ความสุขนี่มันก็แปลกจริงๆนะคะ  ของอย่างอื่นพอเรายิ่งแบ่งยิ่งลดน้อยลง 

แต่พอเป็นความสุข  พอเราแบ่งมันก็เพิ่มมากขึ้น

แต่ถ้าหากเราไม่มีใครมาช่วยแบ่งไป

เรากลับจะรู้สึกเหงาซะอีก

 

 

ผมว่าในใจคนเรามันก็แปลกเหมือนกัน

ถึงจะไม่มีคนมาตอกย้ำเรา

แต่ข้างใน...ในใจ  มันก็ยังคิดอยู่ดี

 

 

หลังจากเกิดอุบัติเหตุ  เป็นช่วงเวลาที่ผมคิดว่าอ่อนแอมากที่สุด 

คุณก็คงจะเคยมีช่วงเวลาที่อับจนหนทาง

ก็เหมือนเรือล่มกลางทะเล  คลื่นซัดออกไปไกลจากฝั่งไปเรื่อยๆ

หาดทรายที่เคยหวังว่าจะขึ้นมาเหยียบ  ซึ่งตอนแรกก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม  ก็ไกลออกไป

สุดท้ายมันก็ลับตา  มองไม่เห็น...

 

 

มุกเป็นคนมั่นคง  ถ้าเกิดว่ารักก็คือรัก  ไม่ว่าพี่อาร์มจะเป็นอะไรก็ตาม

จะเปลี่ยนไปแค่ไหน  มุกก็ยังรักพี่อาร์ม

ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกมุกได้

 

 

ในความคิดของผม... 

สิ่งที่จะประคับประคองชีวิตคู่ให้ไปตลอดรอดฝั่งได้  มีอยู่สองอย่าง...

ความรัก  กับ  ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

 

 

 

ถ้าเรารักใคร  เขาจะอยู่ไม่ไกลจากเรา

 

 

 

ถ้าเรารักใคร  เขาจะไม่มีวันตายไปจากเรา

                                                                                      

                                                                                                                 

 

กุหลาบแดง  ขอขอบคุณ ว.วินิจฉัยกุล

01 April

สปช.

 
ยังจำวิชา สปช. กันได้รึเปล่านะ?
 
 
 
 
เราไม่ได้นึกถึงวิชานี้หรอก
 
 
แต่นึกถึงความหมายของวิชานี้ต่างหาก
 
 
สปช. ย่อมาจาก สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
 
 
น่าแปลก..ตอนเรียนวิชานี้ มันก็คือวิชา สังคม นี่เอง
 
 
แต่ตอนนี้ไม่ได้เรียน มันยังมีอะไรที่ตรงกับ "สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต" มากกว่าตอนนั้นเยอะเลย
 
 
 
ทำไมอยู่ดีๆเราถึงนึกถึงคำว่า สปช.
 
 
คงเป็นเพราะเราได้ฝึกงาน
 
นี่แหละ มันเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของจริง
 
 
รุ่นพี่ เพื่อนๆ รุ่นน้องต่างคณะ
ถามตลอด
ว่า ทำไมฝึกงานเร็วจัง?
 
อันนี้บอกตรงๆว่าไม่รู้
ก็ได้แต่บอกไปว่า เป็นหลักสูตรของคณะ
พอกลับไปอ่าน คู่มือการฝึกภาคปฏิบัติ 1 ก็พบว่า
 
การฝึกงาน เป็นหัวใจสำคัญเลยทีเดียว 
 
 
อาจจะเหนื่อยก่อนใคร
 
แต่ก็คุ้มก่อนใครๆแน่นอน
 
 
จากการที่เราฝึกงาน นี่เข้าอาทิตย์ที่สอง
 
สิ่งที่เราได้  ยังตอบได้ไม่ชัดเจนหรอกในเรื่องของทฤษฎี
 
แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก
 
มันตอบได้ตั้งแต่การเข้าไปฝึกงานวันแรกๆนั่นแหละ
 
 
เราฝึกงานที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
 
ได้เห็นความเป็นจริงของสังคม
 
ที่...
 
บอกไม่ถูก
 
น้องๆน่ารัก
 
พร้อมที่จะเข้าหาผู้มาเยือน
 
 
บางครั้ง..
 
เราเล่นกับน้อง
 
..สนุก..
 
..น่ารัก..
 
แต่ลืมนึกถึงความเป็นจริงที่น้องๆต้องเผชิญ
 
 
เราไม่สามารถไปตีตราความผิดให้ใครได้
ว่า
ทำไมถึงทิ้งลูก
ทำไม
ทำไม
และ ทำไม ?
 
คำถามมันมีเต็มไปหมด
 
"น้องๆน่ารักขนาดนี้ ทำไมยังทิ้งได้ลง"
 
ความคิดแบบนี้มันก็มีบ้างแหละ
สำหรับคนนอกอย่างเราๆที่เข้าไปเห็น
 
 
เราเชื่อว่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากทิ้งลูกตัวเอง
 
แต่เหตุผลของพวกเขาคืออะไร?
 
นี่คือสิ่งที่ควรจะรู้ มากกว่าการไปตีตราว่าพวกเขาผิด
 
 
เพราะ เห็นมากับตา
 
ภาพที่แม่ส่งลูกให้กับสถานสงเคราะห์
 
มันเศร้า จนต้องมองไปทางอื่น
 
 
นี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้นสำหรับเรา
 
เรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย
 
ขอบคุณพี่อภิเชษฐ์  นักจิตวิทยาที่แสนจะใจดี  ที่คอยดูแลพวกเรา
คอยเล่าประสบการณ์  ความรู้ต่างๆ อยู่เสมอ
 
 
ขอบคุณพี่ๆห้องสังคมฯ ที่ให้พวกเราได้ฝึกทำเคส
แม้ว่ามันยังไม่ละเอียด หรือ ยังมีผิดอยู่บ้าง
 
 
ขอบคุณ อ.ปิ่น นะคะ
สำหรับการนิเทศงาน
ที่ทำให้รู้ว่า พวกเรายังขาดในส่วนของการวิเคราะห์องค์กรอยู่มาก
มันมีหลายอย่าง ที่พวกเราต้องเรียนรู้
ครั้งต่อไป จะทำให้ดียิ่งขึ้นค่ะ
 
 
ขอบคุณทีมเมทของดิฉัน
* สำคัญมาก
 
อั้ม  และ พริม
 
ถ้าไม่ครบ ก็ไม่สนุก  จริงมั้ย?
 
ตอนนี้พวกเราก็มีลูกเป็นของตัวเอง
 
555
 
พวกเราเข้ากันได้ดีนะ
 
แต่ระยะเวลายังอีกไกล
 
พวกเราก็ต้องศึกษากันเองบ้าง
 
เพื่อความเป็นทีมเมทที่ดี
 
^.^
 
 
ขอบคุณวิชาฝึกงาน
วิชาที่ทำให้เรียนรู้จากชีวิตจริง
เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
 
 
 
 
ผ่านจากวิชาดูงาน
ก็ทำให้เรามั่นใจว่าอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์
กำลังฝึกงาน
ก็ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่าเราอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์
(ที่เก่ง และดี มีคุณธรรม)
 
 
 
ถ้าเรามีโอกาส
 
เราอยากจะกลับไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์
 
ที่
 
สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
 
จริงๆ
 
 
...
 
 
แต่ตอนนี้ขอฝึกฝน  เก็บเกี่ยวความรู้  ทักษะ
การปฏิบัติทั้งหลายซะก่อน
 
 
สักวัน
 
คงไปถึงจุดที่เราตั้งใจ
 
ยิ้ม
 
 
 
 
 
 
 
 
06 March

:)

 
ไม่น่าเชื่อ
 
ว่าจะมีอะไรมาทำให้เรารู้สึกดีได้ในยามนี้
 
555
 
คนนั้นๆ
 
ไม่น่าเชื่ออีกแหละ
 
ว่าจะเจอกันได้บ่อยขนาดนี้
 
ว้าววว  ว้าวววว
 
555
 
แอบมองๆ  ทั้งๆที่เค้าไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ
 
ขอบคุณเพื่อนๆที่ให้กำลังใจ
 
และบางทีเราก็อาจจะทำให้เพื่อนหมั่นไส้
 
เพราะเราเป็นพวกชอบให้ความหวังกับตัวเอง
 
สุขใจดีออก
 
ถ้าผิดหวังก็ช่าง
 
ไม่สน
 
แต่ตอนนี้
 
มันเป็นแบบนี้
 
อยากเจออีกๆ
 
Smile
 
ขอบคุณบุญชัย  ปาฎลี
 
คราวนี้ "เชื่อ" เราได้ซักทีนะ
 
อิอิ
 
เราไปด้วยกันทีไร
 
เจอทุกทีสิน่า
 
"สุดยอด"
 
 
 
 
25 February

ความรู้สึกของฉันในตอนนี้

 
 
บอกไม่ถูกเลยจริงๆ ความรู้สึกในตอนนี้
มันไม่สดใสเหมือนสีตัวอักษรเลยสักนิด...
 
 
เหงา
 
 
ทุกอย่างมันดูมึนๆอึนๆซึมๆอย่างบอกไม่ถูก
 
ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ
 
ทำไมถึงรักคนที่เค้ารักเราไม่ได้ซักที
 
ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
:(
 
 
ตอนนี้รู้สึกสับสนไปหมดทุกอย่าง
 
 
มองออกไปนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้าก็ไม่สดใส
เป็นเพราะท้องฟ้า หรือเป็นเพราะเรา
เลยมองว่าท้องฟ้าไม่สดใส
?
 
 
ตอนนี้มีเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
มองไม่เห็นหรอก
เพื่อนเราไม่มีตัวตน
แต่ทำไมเราไม่ดีใจเลยที่มีเพื่อนมาอยู่ข้างๆ
 
"เพื่อนของเราชื่อความเหงา"
 
 
 
บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย
ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ
มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ
วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
 
 
อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา
(โลกมันไม่กว้างหรอก  แคบนิดเดียวเอง  แต่หัวใจก็ยังเหงาอยู่ดี)

 


แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ
(ยิ้มไม่ออกเลย เศร้านิดๆอีกต่างหาก แต่สุดท้ายความเหงาก็อยู่ข้างๆเราอยู่ดี)
 
 
 
 
 
ดูสิ คนเราฟุ้งซ่านมากเกินไป
ทำให้ไม่มีที่ยึด ไม่มีหลัก
อยู่บนความสับสน
จนเกิดคำถามว่า เราเป็นอะไร?
 
น่าขำ...ตัวเองแท้ๆยังไม่รู้ตัวเองเลย
 
 
 
 
เราไม่ค่อยได้มาเขียนความรู้ลงบนสเปซเท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะเล่าเหตุการณ์
เพราะความรู้สึกจริงๆมันบอกยากนะ
 
ยากที่จะกลั่นกรองเป็นตัวอักษร
 
บางครั้งอยากบอกใครก็บอกไม่ได้หรอก
 
เพราะไม่รู้จะบอกยังไง
 
เรียบเรียงความรู้สึกนั้นๆไม่ถูก
 
แม้กระทั่งตอนนี้ยัง งง อยู่เลย
 
ว่าความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าอะไร
 
 
 
 
เหลืออีกแค่หนึ่งอาทิตย์ ก็จะสอบแล้ว
 
ยังไม่เริ่มอะไรเลย
 
ความรู้สึกแย่ๆมักจะเข้ามาช่วงก่อนสอบเสมอ
(สำหรับเรา)
 
แต่เราก็ผ่านมันไปได้ทุกครั้ง
 
และครั้งนี้มันก็ต้องผ่านไป
 
กุหลาบแดง
 
 
 
 
 
 
 
มันต้องผ่านไปด้วยตัวของเราเอง ยิ้ม
 
 

29 December

ส่งท้ายปี

 
ช่วงนี้สเปซเงียบเหงาจังเลย
ก็ตามกระแสล่ะ เพราะ hi5 มาแรงกว่านี่นา
เราก็ดองสเปซไว้นานเหมือนกัน
มาปัดฝุ่นซักที
 
ขณะนี้อยู่อุบลราชธานี
บ้านหลังที่2 แทนที่มหาสารคาม
อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
ตา ยาย พ่อ แม่ โม โอ แพร์
ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่แท้จริงของเรา
:)
 
 
นี่ก็วันที่ 29 ธันวา ใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกที
ปีเก่า ที่ใครๆกล่าวขานว่าเป็น "ปีหมูไฟ"
กำลังจะผ่านพ้นไป
 
 
 
สำหรับเราปีนี้มันร้อนแรงจริงๆว่ะ
หลายเรื่องทำให้ทุกข์ใจ
แต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว
ใจเย็นลงบ้างแล้ว
หวังว่าเรื่องทั้งหลายจะผ่านไปพร้อมกับปีนี้
 
 
 
ส่วนปีหน้า "ปีหนู"
ก็ขอให้เป็น "ปีของหนู" บ้างนะคะ  ^^
 
 
 
 
ตั้งแต่ขึ้นปี2มานี่ ไม่ค่อยได้มาอัพสเปซเลย
ปี2 เป็นปีที่เราชอบมากกว่าปี1แฮะ
หลายครั้งที่เราเป็นผู้ให้
มันยิ่งใหญ่และสุขใจมากกว่าการเป็นผู้รับ...จริงๆ
 
 
ลีด ลีด ลีด---รู้สึกว่าการเป็นพี่ลีดมันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก  เรื่องเยอะมาก
มีอะไรให้คิดเต็มไปหมด
ก็เหมือนกับการเป็นลีดอีกครั้ง แต่ไม่ได้เต้น
บางครั้งมันเหนื่อยมาก ท้อมาก
แต่ต้องเสริมพลังกันเอง
จะออกก็ออกไม่ได้
บางครั้งก็ยืนทำหน้าที่ด้วยความลำบากใจ
อึดอัด และหลายๆครั้งก็พูดกันเองว่า 'ไม่อยากมาแล้ว'
แต่ก็ทำไม่ได้
เหนื่อยกายไม่ใช่ปัญหา
แต่เหนื่อยใจนี่สิ ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...
บอกตรงๆว่าพอได้มาเป็นพี่ลีด
เราก็จะรู้ทันทีว่าพี่ๆคาดหวังอะไรจากน้อง
และจะท้อมาก ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
 
รุ่นเรากับรุ่น54 ดูเหมือนจะสนิทกันนะ
แต่ความจริงแล้วไม่เลย
เหมือนมีเส้นอะไรบางๆมากั้นไว้
รู้สึกคนละอย่าง คิดคนละอย่าง
น่าเสียดายเหมือนกันที่ปีนี้น้องๆอาจจะไม่ได้รับบางสิ่งจากพี่ๆ
เหมือนที่รุ่นเราได้รับมา
ภาพความทรงจำดีๆมันอาจจะมีไม่มากเท่ารุ่นเรา
 
สักวัน เมื่อพวกเธอ เธอ เธอ ได้มายืนอยู่จุดเดียวกัน
วันนั้นพวกเธอจะเข้าใจ
ยังไงก็ตาม เหลืออีกงานนึง
"วันสถาปนาคณะ"
เรารู้ว่าพวกเธอต้องเต็มที่กับมันแน่
เราจะยืนดูอยู่ข้างๆนะ
แล้วก็ขอชื่นชมกับงานสังคราะห์-สังวิท
ที่ทุกคนเต็มที่มากๆ
และมันก็ออกมาดีจริงๆ
ปรบมือให้อีกครั้ง ^^
 
 
 
 
เรียน เรียน เรียน --- วิชาคณะอย่างโหด
เนื่องจากปี1 เจอวิชาคณะแค่1ตัว
พอปี2 เทอมแรก เจอ 4 ตัวแน่ะ
ทำให้ต้องปรับตัวพอสมควร
คะแนนมิดเทอมออกมาระดับคะแนน กลางบ้าง  แย่บ้าง
ท้อเลยล่ะ
จะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ได้มั้ย จะดึงเกรดขึ้นมาได้มั้ย
เศร้า T_T
แต่ไม่มีทางอื่นนอกจากสู้ สู้ สู้ แล้วก็สู้
วิชา SW222 เป็นวิชาที่ภาคภูมิใจ
เริ่มจากการท้อกับคะแนนมิดเทอม 18/30
แกงค์ 18 ของเราก็มีจำนวนหลายคน
พอเกรดออกมาทุกคนได้ B+
อ๊า...โล่งอก และดีใจมากๆ
ถึงแม้ตอนนี้เกรดจะยังออกไม่หมด
แต่เกรดที่ได้เทอมนี้ มันก็สร้างกำลังใจให้ตั้งใจเรียนได้เหมือนกัน
 
มองย้อนกลับไปตอนปี1
โดดกระจาย
เพราะส่วนใหญ่วิชามหาลัย วิชานอกคณะ
ไม่เชกชื่อ
ผลก็คือ ได้แมวมาเลี้ยงเพียบ
และแมวบางตัวก็เป็นเอดส์  ฮ่าๆ
ปี2เทอม1 ก็ยังโดด
โดยเฉพาะวันพุธ เรียน AN201 ตัวเดียว ไม่เชกชื่อ
วันพุธจึงกลายเป็นวันหยุดโดยปริยาย
ปี2เทอม2 ก้อยากจะโดด
อยากจะตื่นสายๆ
แต่ไม่สามารถทำได้เลย
เพราะเรียน 9.30น. ทุกวัน
แต่บ่ายว่างตลอด
ก็ยังโชคดีน๊า ที่วิชาคณะเราไม่มีเรียนตอน 8.00น.
นี่ก็เป็นสิ่งที่แอบภูมิใจ ที่เราสามารถควบคุมตัวเองได้
ไม่ให้โดดเรียน
((ยกเว้น โดดเรียนเพื่อกลับบ้าน!!)) 
 
เราชอบบรรยากาศการเรียนของปี2นะ
เทอมนี้มีงานเกือบทุกวัน
ทำให้เราได้เข้าหอป๋วยบ่อยๆ
ต้องไปหาหนังสือมาค้นคว้าเพื่ออ้างอิง
มันทำให้เรารู้สึกว่า "นี่แหละบรรยากาสการเรียนมหาลัย"
งานแต่ละชิ้นก็ให้อิสระทางความคิด แต่ต้องอยู่ในกรอบของเนื้อหา
งานกลุ่มก็มีออกไปพรีเซนต์บ้าง
ฝึกความกล้าแสดงออกได้อีก
นี่แหละคือสิ่งที่ต้องการ
ที่สำคัญในแต่ละวันก็จะเจอเพื่อนๆร่วมคณะในห้องเดียวกัน
มันรู้สึกอบอุ่น
ตอนปี1 ถึงแม้การเรียนวิชามหาลัย จะเรียนทั้งคณะ
แต่ก็นั่งกระจัดกระจาย และเรียนรวมกับคณะอื่น
 
เพราะฉะนั้นการเรียนปี2 เป็นอะไรที่สุดยอด !!!
 
 
นี่ก็บ่นมาเยอะมาก
สมกับที่ไม่ได้อัพมานาน
และสมกับเป็นการส่งท้ายปี
 
 
 
 
 
อยากขอบคุณ...
 
พ่อ แม่---ที่ไม่เคยโกรธหรือว่าเลยในเรื่องที่โมทำ แม้ว่ามันจะเลวร้ายซักแค่ไหน
สำหรับเงินที่ส่งให้ทุกเดือนไม่เคยขาด
ส่วนโมก็จะพยายามใช้เงินให้พอดี และตั้งใจเรียน
ให้สมกับความเหนื่อยของพ่อกับแม่
น้าป๋อ น้าหมวย---พ่อ แม่คนที่2  บ้านหลังที่2
ถ้าช่วงนั้นไม่ได้น้าป๋อกับน้าหมวย โมก็ไม่รู้จะทำยังไง
สำหรับการไปรับ-ส่ง ถึงแม้ว่าระยะทางจะไม่ไกล แต่ก็เหนื่อยเหมือนกัน
ขนาดโมนั่งข้างๆไม่ได้ขับรถ ยังรู้สึกว่าเหนื่อยเลย
สำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้ไม่เคยขาด
ขอบคุณนะคะ
 
 
อั้ม อ้อน ฟลุก---สำหรับกลุ่ม การทำงานต่างๆ การนั่งกินข้าว และทุกๆอย่าง FAAT!!!
โอ๋---สำหรับความฮาที่มีให้เสมอ สำหรับ "เพื่อนนอน" ที่ทำให้อมยิ้มก่อนนอน
ออฟ---สำหรับข้อคิดดีๆ และเราก็จะทำอาหารให้เป็นก่อนแต่งงาน 555
ก้าว---จะลืมก้าวไปได้ยังไง ขอบคุณสำหรับที่นอนจนกระทั่งเรามีห้องเป็นของตัวเอง ^o^
ขอบคุณสำหรับจดหมายน้อยๆที่มาพร้อมกับกำลังใจเเสมอ
สำหรับความเข้าใจที่ผ่านอะไรมาคล้ายๆกัน
พี่เอ๊ะ กอล์ฟ---สำหรับการมารับก้าวทุกๆเช้า ทำให้ผลพลอยได้ส่งมาถึงโม ขอบคุณค่ะ
พี่บ๊วย---คิดถึงอยู่เสมอ  ขอบคุณที่รับฟัง และเป็นกำลังใจให้ตลอด
พี่ก้อย---สำหรับความคิดถึง ความห่วงใย ที่มีให้ตลอด :)
ฝ้าย---สำหรับการเป็นน้องสาวที่น่ารัก ไม่เคยเปลี่ยน
สำหรับ songs of happiness ที่อ่านแล้วมีความสุข เป็นของขวัญที่มีค่ามากๆ
อ๊อด---ไม่เคยบอกผ่านสื่อ เหอๆๆ
แต่ก็ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาสั้นๆที่เคยเกิดขึ้นกับเรา
สำหรับสิ่งที่เราไม่เคยได้รับจากใคร
เราก็จะเก็บสิ่งดีๆไว้ ถึงแม้วันนี้มันไม่เหมือนเดิมก้ตาม
ความเป็นเพื่อนยังคงมีอยู่
 
 
อยากบอกตัวเองซักหน่อย :::
 
คิดให้รอบคอบก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป
อย่าดิ้นรน คาดหวังกับอะไรมากไป
เพราะถ้าไม่เป็นอย่างที่หวังแล้วมันเจ็บนะโว้ยยย !!!
อยู่ในความพอดี
พอใจและมีความสุขในสิ่งที่มีอยู่
และอย่าขี้เกียจไปมากกว่านี้
 
 
เอาเถอะ พอแค่นี้ก็ได้
ที่เหลือเอาไว้บอกกับตัวเองในใจ
^^
 
 
 
สุดท้ายนี้
เราขอให้ทุกคนมีความสุข
มีความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี
เรื่องร้ายๆให้มันผ่านไปกับปีนี้
ปีใหม่ ก็ให้มีเรื่องใหม่ๆ เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิต
ปราศจากโรคภัยทั้งปวง
 
 
 
 
 
สวัสดีปีใหม่Party
 
 
 
 
 
07 November

feel goOod

กลับมาปัดฝุ่นสเปซซักที
ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม
เอ...จะเรียกว่าปิดเทอมได้รึเปล่านะ
อาจจะเรียกว่าหยุดระหว่างเทอม1กับเทอม2
เอ๊ะ ยังไงดี?
มีเวลาพักผ่อนแค่อาทิตย์เดียวเอง
และตอนนี้ก็อยู่บ้านที่อุบล
อากาศเย็นๆถึงขั้นหนาวในบางวัน 
รวมๆแล้วก็กำลังสบาย
พรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพแล้วล่ะ
เศร้าจัง T_T
ยังอยากอยู่บ้าน  อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน
อยู่กับใครก็ไม่เหมือนอยู่กับพ่อแม่
จริงมั้ย?
 
 
 
เมื่อวานคุยกับเปา เพื่อนห้อง10
มีประโยคนึงที่เปาถามมา " เคยรู้สึกอยากกลับไปเรียนมัธยมมั้ย "
เป๊ะ ก็เราเพิ่งผ่านความรู้สึกช่วงนี้มานี่นา
ก่อนสอบเราไปเปิดหนังสือรุ่น
ดูรูปเพื่อนๆตั้งแต่ห้อง1ถึงห้อง16
คิดถึงจะแย่  แต่ไม่รู้จะทำไงดี
เพิ่งรู้ว่าเราก็ไม่ได้เป็นคนเดียวแฮะ
หรือว่าพวกเรากำลังจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เลยชอบนึกถึงความหลัง
^^
มันก็น่าแปลก เพื่อนหลายๆคนไม่เคยทักกัน ไม่เคยคุยกันเวลาเจอที่โรงเรียน
แต่คุยกันแบบสนิทเหมือนรู้จักกันมานานใน MSN
หลายคนไม่เคยรู้จักกันเลย  แค่เคยเห็นหน้า
แต่พอมาเจอกันในมหาลัย หรือที่อื่นๆในเมืองกรุง
ก็ทักทาย และยิ้มให้กัน
มันก็เป็นความอบอุ่นและประทับใจสำหรับเรานะ
รู้สึกดี...
 
 
 
 
ช่วงนี้ชอบเพลงของโฆษณาดีแทค feel  good  เป็นพิเศษ
รื่นหูดี
ชอบเนื้อเพลง
อยากจะทำอะไรก็ทำ  ไม่เห็นต้องมีเหตุผลอะไรเลย
แค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ
 
เดี๋ยวนี้ความสุขหาไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่เลย
อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ
พอมีความสุข แล้วมันก็สบายใจ = ยิ้มได้ Smile
 
 
 
ไปดีกว่า
เปิดเทอม2นี้ สัญญารอบที่100ว่าจะตั้งใจเรียน
จะพยายามดึงเกรดมาให้ได้มากที่ซู๊ดดดดด
 
 
 
 
 
 
 
 
เจอกันสเปซหน้าถัดไปค่ะ
 
 
26 September

หนึ่งในไม่กี่คน

 
260907
วันเกิดส้มโอ
 
Happy Birthday to you
เที่ยงคืนโทรไปร้องเพลงให้โอ 1 ท่อน
ไม่อยากร้องมากกว่านั้น
เพราะ...เขิน
แตงโมอายุ 19 ส้มโออายุ 18
และลูกแพร์ กำลังจะอายุ 16 ในอีก2เดือนนี้
ตามมาติดๆ
 
ไม่ได้คุยกับน้องนานแล้วเหมือนกัน
ชั้นไม่โทรไป  พวกแกก็ไม่เคยโทรมาเลย
ชิ...
 
 
รู้ป่ะ เพื่อนแท้จริงๆของเรา ก็ คือ ส้มโอ กับ ลูกแพร์
คนที่เรามองข้ามมาตลอด
และคิดว่ามันไม่เข้าใจเรา
ไม่อยากเล่าอะไรให้ฟัง
แต่พอมีเรื่อง หรือมีปัญหา
จริงๆแล้ว2 คนนี้ รับรู้มาโดยตลอด
แต่ไม่เคยบอกเรา
ไม่เคยว่าเรา
และรับได้ในทุกเรื่องที่เราเป็น
 
ขอบคุณนะ
 
ส้มโอ หรือที่ใครหลายๆคนเรียกว่าฝาแฝดแตงโม
คนที่ทะเลาะกับเราบ่อยมาก
วันไหนไม่ทะเลาะคงนอนไม่หลับ
อยู่ด้วยกันทุกวัน
จนเราไม่รู้ว่าเรารักมันรึเปล่า
น้อยครั้งมาที่จะพูดจากันดีดี
โดยไม่มีการประชด หรือจิกกัด 55
แต่วันนี้ วันที่เราอยู่ไกลกัน
ทำให้เราได้รู้ว่า
จริงๆแล้วเรารักและห่วงมันอยู่เสมอ
เราคุยกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
คุยกันทุกเรื่อง
คงเป็นเพราะ เรา2คนโตขึ้นด้วยล่ะมั้ง
และคงเป็นเพราะความห่างไกล
ที่ทำให้เราคิดถึงกัน
โอ...ชั้นรู้สึกได้ว่าแกจะตื่นเต้นเวลาชั้นกลับบ้าน 55
แล้วแกก็จะมีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้ชั้นฟัง
ตอนนี้แกจะสอบเข้ามหาลัยอยู่แล้ว
เร็วมาก
ตั้งใจนะ
ชั้นไม่อยากให้แกพบกับความผิดหวัง
และชั้นก็ไม่อยากผิดหวัง
เพราะชั้นหวังว่า เราจะได้มาอยู่ด้วยกัน Smile
 
 
ลูกแพร์  น้องคนสุดท้อง
ไอ้ลูกเป็ดขี้เหร่ 55
แต่ตอนนี้สวยสุด Wink
แพร์คือคนที่มีอะไรคล้ายกับเรา
เวลาเรามองแพร์
เหมือนกับเราได้มองตัวเองในอดีต
เราสนิทกับแพร์มากกว่าส้มโอ
แพร์อยู่ข้างๆเราเสมอ
โดยที่เราไม่รู้ตัว
คอยช่วยเหลือตลอด
แพร์...ขอบคุณมากนะ
เป็นเด็กดีล่ะ
อะไรที่มันไม่ดี ก็อย่าไปทำ  อย่าไปยุ่ง
ชั้นรู้ว่าแกรู้ว่าชั้นเป็นห่วง
มีอะไรก็คุยกันได้ทุกเรื่อง
เพราะชั้นเข้าใจ และอยู่ข้างๆแกเหมือนกัน
 
 
 
 
เราก็มีกันอยู่แค่นี้แหละ
 
แตงโม ส้มโอ ลูกแพร์
 
รักกันไว้เถิด Smile
 
บางอย่างมันก็อยู่ข้างใน
 
อาจจะไม่ได้พูด หรือ แสดงออกมา
 
แต่มันรับรู้ได้...จริงมั้ย
 
 
 
หวังว่าพวกแกคงจะได้มาอ่านสเปซหน้านี้นะ
 
 
รักและคิดถึงพวกแกว่ะ
 
ป.ล. ฝากความคิดถึง ถึงทุกคนที่บ้านด้วยล่ะ
บอกทุกคนว่าชั้นจะทำตัวดี
แล้วก็จะทำให้เกรดมันดีขึ้น
 
ป.ล.2  เที่ยวอุบลเผื่อด้วยนะ อิอิ
 
 
 
 
 

TANGMO P.S.

*จะต้องถอนใจอีกสักเท่าไหร่ โลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยเป็นอย่างใจ >.< *
Photo 1 of 43
น้องเฟย์ ฟาง แก้ว แห่ง kamikaZe' น่ารักมั่กๆ